กสทช. เปิดเผยมีประชาชนแลกคูปองทีวีดิจิตอลสำหรับรับชมแล้วกว่า 5 ล้านฉบับ

098
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กสทช.ได้แจกคูปองทีวีดิจิตอลแก่ประชาชนตามเงื่อนไขครบทั้ง 14 ล้านฉบับแล้ว และมียอดการใช้คูปองทีวีดิจิตอลของประชาชนเพื่อเป็นส่วนลดและแลกอุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลแล้วกว่า 5 ล้านฉบับทั่วประเทศ เฉลี่ยประมาณวันละ 40,000 ฉบับ หากประชาชนทำคูปองหาย สามารถส่งจดหมายแจ้งมายังสำนักงาน กสทช. พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าบ้าน และใบแจ้งความคูปองหาย จากนั้นสำนักงาน กสทช. ตรวจสอบข้อมูล และออกเอกสารการแสดงสิทธิส่งไปให้ทางไปรษณีย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำเอกสารการแสดงสิทธิไปใช้แทนคูปองดิจิตอลทีวีได้ ส่วนประชาชนที่ยังไม่ได้รับคูปองขอให้ตรวจสอบที่ไปรษณีย์ใกล้บ้านและให้ใช้สิทธิก่อนคูปองหมดอายุ

ภาพจาก http://thainews.prd.go.th

หุ้นกาตาร์ดิ่งลง จากความกังวลเกี่ยวกับสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หลังนายเซปป์ แบล็ตเตอร์ลาออกจากตำแหน่ง

097

ตลาดหลักทรัพย์กาตาร์ปรับตัวลดลงอย่างมากวันนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์กล่าวว่า เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับการที่ประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 หลังนายเซปป์ แบล็ตเตอร์ประธานสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ประกาศลาออกจากตำแหน่ง อย่างกะทันหัน หลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่วัน โดยหุ้นกาตาร์ร่วงลงเกือบ 400 จุด หรือร้อยละ 3.2 อยู่ที่ 11,800 จุด หลังเปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ ก่อนที่จะขยับขึ้นเล็กน้อย

ภาพจาก http://www.manager.co.th

นายก สั่งเลื่อนรายการคืนความสุขให้คนในชาติ 5 มิถุนายน เป็นเวลา 17.00 น. ให้ชมถ่ายทอดสดพิธีเปิดซีเกมส์

096
พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้เลื่อนช่วงเวลาการออกอากาศรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน เป็นเวลา 17.00 น. แทนช่วงเวลาเดิม คือ 20.30 น. เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมชมการถ่ายทอดสด พิธีเปิดมหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จากประเทศสิงคโปร์ ในช่วงเวลา 18.30 – 22.00 น. และร่วมกันส่งใจไปเชียร์กองทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้ โดยนายกรัฐมนตรีฝากถึงทัพนักกีฬาไทย ให้แสดงศักยภาพ ความสามารถอย่างเต็มที่ตามที่ได้มุ่งมั่นฝึกซ้อมมา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การแสดงออกซึ่งความมีน้ำใจนักกีฬา ความยึดมั่นเคารพในระเบียบกติกา และวินัยของนักกีฬาไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ ขอให้นักกีฬา และทีมงานทุกท่าน ประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้ และนำความภาคภูมิใจกลับมาสู่คนไทยและประเทศไทย

ภาพจาก http://www.dailynews.co.th

เกิดการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายกลางตลาดขายเนื้อกลางเมืองกัมโบรู รัฐบอร์โน ของไนจีเรีย

095
รายงานข่าวจากกรุงอาบูจาของไนจีเรียแจ้งวานนี้ว่า เกิดการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายในตลาดค้าขายเนื้อกลางนเมืองกัมโบรู ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไมดูกูรีเมืองเอกรัฐบอร์โนที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของไนจีเรียติดพรมแดนแคเมอรูน เมื่อเวลาราว 13.00 น.ของวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่นหรือราว 19.00 น. ตามเวลาของไทยซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเลิกค้าขายสินค้าแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 24 คน ในวันเดียวกัน รายงานข่าวแจ้งว่ากลุ่มโบโกฮารามได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีในเมืองไมดูกูรีตั้งแต่เช้าตรู่ของวานนี้ มีเสียงระเบิด เสียงปืน และเสียงเครื่องบินดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ

ภาพจาก http://www.dailynews.co.th

ททท. เตรียมนำดาราชื่อดัง ถ่ายแบบแฟชั่นผ้าไหมไทย โปรโมทการท่องเที่ยวภาาคอีสาน กระตุ้นยอดใช้จ่าย

094
นางสมฤดี ชาญชัย ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมนำดารา หรือ เซเลปบริตี้ชื่อดัง มาเป็นพรีเซนเตอร์ โปรโมทสินค้าผ้าไหมไทยของภาคอีสาน เบื้องต้นนำร่องด้วยการ ติดต่อ นก สินจัย เปล่งพาณิช มาเป็นนางแบบพร้อมถ่ายรูปลงนิตยสารแฟชั่นชื่อดังแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้คนไทยหันมาจับจ่ายสินค้าเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมา ภาคอีสานเป็นภาคที่มีจำนวนรายได้ทางกาใช้จ่ายน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ เนื่องจากภาคอีสานมีค่าครองชีพต่ำ “ผ้าไหมถือเป็นสินค้าขึ้นชื่อของภาคอีสาน และถือว่าเป็นสินค้าที่มีศักยภาพที่จะปั้นให้เป็นสินค้าสำหรับการช้อปปิ้ง เพราะค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่ภาคอีสานถือว่าต่ำมาก แม้กระทั่งค่าโรงแรม หากแพงที่สุดของภาคอีสานแทบจะต่ำเท่ากับค่าโรงแรมที่แพงที่สุดของภาคใต้” ทั้งนี้ในนิตยสารดังกล่าวททท.ยังมีการถ่ายทำสถานที่การทอผ้าไหมแบบมือในจ.แถบภาคอีสานเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มผู้หญิงที่อ่านทราบถึงการซื้อผ้าไหมไทย ขณะเดียวกันยังมีการสัมภาษณ์ดาราดังผู้เป็นนางแบบเกี่ยวกับความชื่นชอบในผ้าไหม พร้อมทั้งเผยแพร่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสนใจขั้นตอนการทอผ้าไหมที่หาได้ยากแล้วในปัจจุบัน

ภาพจาก http://www.dailynews.co.th

ทางการเกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อไวรัส “เมอร์ส” เพิ่มเป็น 30 คนแล้วในเวลาเพียง 2 สัปดาห์

093
กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เรื่องการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนากลุ่มโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง ( เมอร์ส ) เพิ่มอีก 5 คน ในจำนวนนี้ 4 คนคาดว่าได้รับเชื้อหลังการเข้าเยี่ยมชายวัย 68 ปี ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อคนแรกของประเทศ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโซล เมื่อกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 30 คนแล้ว ส่วนผู้ป่วยอีกคนเป็นชายวัย 60 ปี มีอาการติดเชื้อแบบตติยภูมิ คือได้รับเชื้อต่อจากผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าติดเชื้อมาจากผู้ป่วยคนแรก ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ยอมรับว่าเป็นลักษณะการติดเชื้อที่พบได้ไม่บ่อยนัก ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่อย่างน้อย 2 ศพ และมีผู้เข้ารับการกักบริเวณรวมถึงเฝ้าระวังรวมกันราว 750 คน ซึ่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขึ้นบัญชีกลุ่มคนเหล่านี้ห้ามเดินทางออกนอกประเทศชั่วคราว“

ภาพจาก http://www.dailynews.co.th

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยัน “ใบขับขี่” รูปแบบเก่ามีผลตามกฏหมายทุกประการ ไม่มีการออกกฎหมายยกเลิก

092
นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงกรณีมีการส่งต่อข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถรูปแบบเดิม (แบบกระดาษ) ต้องดำเนินการเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถแบบใหม่ (บัตรพลาสติก) หรือ “Smart card” ภายในปี2558 ไม่อย่างนั้นจะถูกยกเลิกอัตโนมัติและออกเป็นกฎหมายแล้วนั้น ว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากใบขับขี่รูปแบบเก่าสามารถใช้ได้ตามกฎหมายไม่มีการยกเลิก และไม่มีการกำหนดระยะเวลาต้องเปลี่ยนเป็นแบบพลาสติก เพราะเป็นภาคความสมัครใจเท่านั้น ผู้ถือใบอนุญาตขับรถรูปแบบเดิมสามารถใช้ได้ตามปกติ จนกว่าใบอนุญาตขับรถจะหมดอายุหรือสิ้นสภาพ นอกจากนี้แล้วการขอเปลี่ยนใบอนุญาตขับรถ สามารถกระทำได้โดยความสมัครใจ โดยสามารถติดต่อขอเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับรถรูปแบบใหม่ หรือSmart card ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด และสำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลแบบตลอดชีพ เมื่อเปลี่ยนเป็นแบบสมาร์ทการ์ดจะยังคงเป็นแบบตลอดชีพเช่นเดิม

ภาพจาก http://www.manager.co.th

หน่วยกู้ภัยจีนเร่งหาผู้สูญหายจากเหตุการเรือล่มในในแม่น้ำแยงซีและช่วยผู้รอดชีวิตได้เพียง 14 คน

091เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจีนหลายพันคนกำลังแข่งกับเวลา เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์เรือครูซอีสเทิร์น สตาร์หรือตงฟางจื่อซิง ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนเกือบ 500 คนล่มในแม่น้ำแยงซี ในมณฑลหูเป่ย์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน ช่วยผู้รอดชีวิตได้เพียง 14 คนจากเรือซึ่งบรรทุกผู้โดยสารมาอย่างน้อย 456 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวสูงอายุชาวจีน ในขณะที่ญาติของผู้ประสบเหตุที่รอฟังข่าวอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ และเมืองหนานจิง เริ่มไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ไม่รายงานความคืบหน้าในการค้นหาให้ได้รับทราบเท่าที่ควร ผู้รอดชีวิตที่พบจนถึงขณะนี้รวมไปถึงกัปตันเรือและหัวหน้าช่างประจำเรือ ทั้ง 2 คนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ เพื่อสอบปากคำ โดยกัปตันเรือกล่าวว่า เรือเผชิญกับการพัดกระหน่ำของพายุไซโคลนและล่มลงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ภาพจาก http://www.thairath.co.th

สถานทูตไทยในกรุงโซล ออกประกาศเตือนคนไทยในเกาหลีใต้ ระมัดระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส”เมอร์ส”

090

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนคนไทยในเกาหลีใต้ให้ระมัดระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “เมอร์ส” ในเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อาศัยในเขตเมืองแดจอน และพื้นที่ใกล้เคียงให้เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งอาจเป็นแหล่งติดเชื้อได้ รวมถึงหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ และใช้หน้ากากอนามัยปิดปาก และจมูกเมื่อมีอาการไอหรือจาม แต่หากมีอาการไม่สบายหรือเป็นไข้ ควรรีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้หากสงสัยว่า มีบุคคลในครอบครัวติดเชื้อไวรัสดังกล่าว ขอความกรุณาแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ทราบที่หมายเลขโทรศัพท์ 822-795-0095 , 822-795-3258, 822-795-3098 ต่อ 101- 108 นอกจากนี้ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางสถานเอกอัครราชทูตไทยฯอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดของเชื้อเมอร์สในเกาหลีใต้ยังคงเป็นการแพร่ระบาดเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยรายแรก และกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้มีมาตรการอย่างเข้มงวด โดยการกักกันผู้สัมผัสโรคแล้ว เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวสามารถแพร่กระจายได้ และเป็นอันตรายถึงชีวิต.

ภาพจาก http://www.dailynews.co.th

ญี่ปุ่นมอบเงิน 1 ล้านเยน ให้ครอบครัวมีลูกคนที่ 4เพื่อส่งเสริมให้มีบุตร

089
ญี่ปุ่นมอบเงิน 1 ล้านเยนให้ครอบครัวที่มีลูกคนที่ 4 เพื่อส่งเสริมให้มีบุตร หลังจำนวนเด็กไม่เกิน 15 ปี ต่ำสุดตั้งแต่เก็บสถิติ โดยเมืองทาฮาชิ จังหวัดอกายามะ ของญี่ปุ่น ประกาศมาตรการส่งเสริมการมีบุตร ด้วยการแจกเงินสนับสนุนจำนวน 1 ล้านเยน หรือราว 268,400 บาท สำหรับครอบครัวที่มีลูกคนที่ 4 ส่วนคู่สามี-ภรรยาที่มีลูกคนที่ 3 จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 500,000 เยน หรือราว 134,200 บาท ทั้งนี้ กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น รายงานว่า นับจนถึงวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา จำนวนเด็กญี่ปุ่นที่มีอายุไม่เกิน 15 ปีทั่วประเทศ ลดลงเหลือเพียงราว 16.17 ล้านคน ถือเป็นจำนวนต่ำที่สุด นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บสถิติเมื่อปี 2493

ภาพจาก http://www.bangkokbiznews.com