สาระความรู้

10 โรคเสี่ยงรุมเร้าวัยทำงาน

กรมอนามัยเผย 10 โรคเสี่ยงรุมเร้าวัยทำงาน ทั้งโรคอ้วนพ่วงโรคเรื้อรัง มะเร็ง เครียด เอดส์ แนะดูแลสุขภาพตัวเอง กินอาหารถูกต้อง เลี่ยงหวานมันเค็ม เพิ่มผักผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ชี้สุขภาพดี ทำงานดี สถานประกอบการดี เศรษฐกิจดี
002

นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2553 พบว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยทำงาน 44.8 ล้านคน หรือร้อยละ 67.9 ถือเป็นกำลังสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ แต่จากการที่ประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนั้น การดูแลให้พนักงานมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อมีสุขภาพดี มีความสุขกายสบายใจ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น อันจะส่งผลดีต่อสถานประกอบการและเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม ประชากรวัยทำงานมีความเสี่ยงทางสุขภาพ 10 โรค ได้แก่ 1.โรคอ้วน จากการขาดการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป 2.โรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีผลต่อเนื่องมาจากโรคอ้วน 3.โรคมะเร็งระบบสืบพันธุ์ พบมากโดยเฉพาะในผู้หญิง เช่น มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม

นพ.พรเทพ กล่าวว่า 4.โรคจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ นำไปสู่การเกิดมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง หลอดเลือดสมองตีบ และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 5.โรคเครียด วัยทำงานเป็นวัยที่เสียงต่อการฆ่าตัวตายมากที่สุด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเรื่องเงินและเรื่องงาน 6.โรคเอดส์ จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และการใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด 7.ภาวะมีบุตรยาก คือ คู่สมรสที่มีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอเกิน 1 ปี แต่ไม่สามารถมีบุตรได้ 8.การทำแท้ง ร้อยละ 71.1 มีสาเหตุมาจากการไม่ได้ตั้งใจตั้งครรภ์ และร้อยละ 56.5 ไม่ได้คุมกำเนิด 9.ความเสี่ยงจากงานและโรคจากการประกอบอาชีพ เช่น อุบัติเหตุขณะทำงาน โรคระบบทางเดินหายใจจากการทำงาน และโรคพิษจากสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารหนู โรคประสาทหูเสื่อม และ 10.อุบัติเหตุบนท้องถนน จากการเมาแล้วขับ ขับรถเร็วเกินกำหนด

“วัยทำงานดูแลสุขภาพตนเองได้ด้วยการกินอาหารอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะหากไม่กินร่างกายจะเกิดภาวะขาดน้ำตาล ทำให้ความคิดตื้อตัน สมองไม่ปลอดโปร่ง วิตกกังวล ใจสั่น อ่อนเพลีย หงุดหงิด โมโหง่าย และเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผัก ผลไม้ นอกจากนี้ ควรออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและรอบพุงวันละ 30-60 นาที อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวในที่ทำงาน เช่น บริหารร่างกาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ประมาณ 5 นาที 2 ครั้งต่อวัน เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ ขี่จักรยานหรือเดินไปทำงาน เป็นต้น รู้จักจัดการความเครียดโดยการทำงานอดิเรก หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ที่มา http://www.manager.co.th

It's only fair to share...Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.