สาระความรู้

ดูแลสุขภาพ “สมอง” เพิ่มอาหาร…ออกกำลังความคิด

215

สมอง…เป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายที่มีการทำงานอย่างมหัศจรรย์… ทั้งจดจำ คิด รู้สึก ประมวลผล สมองของคนเราประกอบไปด้วยเซลล์ประสาทกว่า 1 แสนล้านเซลล์ ที่สามารถเก็บข้อมูล แปลข้อมูลที่เข้ามาเป็นคลื่นกระแสไฟฟ้า แล้วเก็บไว้เป็นประสบการณ์อยู่ในสมอง เปรียบได้กับคลื่นไฟฟ้าที่โทรทัศน์รับเข้ามา แล้วแปลออกมาเป็นภาพบนจอให้เราเห็น การเชื่อมต่อของกระแสไฟฟ้าในสมองนี่เอง ที่ทำให้คนเราสามารถคิดหรือจดจำสิ่งต่างๆได้

เราใช้สมองทุกวันและแทบจะทุกๆเวลา แม้ในช่วงของการนอนหลับ สมองบางส่วนก็ยังคงทำงาน โดยเฉพาะคลื่นไฟฟ้าในสมองที่เป็นตัวกำหนดลักษณะของสิ่งที่เรารับรู้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางกายภาพ สติปัญญา อารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ความรู้สึกตัว และอื่นๆ

สำหรับผู้คนในยุคปัจจุบัน การดูแลสุขภาพของสมองจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา การเลือกรับประทานอาหารทั้งอาหารทั่วไปและอาหารฟังก์ชันต่างๆที่ช่วยบำรุง สมอง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า อาหารหลายชนิดมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพของสมอง และกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมต่อของกระแสไฟฟ้าในคลื่นสมอง เช่น ปลา โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เป็นอาหารที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อสมอง ผลไม้รสเปรี้ยวตระกูลเบอร์รี เช่น บลูเบอร์รี สตรอเบอร์รี เชอรี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสุขภาพสมอง ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตที่สูงให้สมดุล ช่วยเพิ่มความสามารถในการคิด ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทในฮิปโปแคมปัสที่ทำหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อความ จำ และช่วยป้องกันการสูญเสียความจำระยะสั้น นอกจากนี้ยังมีอาหารอื่นๆอีกหลายชนิดที่ถูกระบุว่า ช่วยบำรุงสมองส่วนต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็น ผักโขม ไข่ แครอต พืชตระกูลถั่ว อาหารประเภทธัญพืช แอปเปิ้ล ช็อกโกเลต แปะก๊วย ที่เชื่อกันว่ามีส่วนช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้ รวมทั้งโสมที่ถือว่าเป็นพืชที่ช่วยบำรุงสมองและร่างกายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

รายงานการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า สารตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “จินเซนโนไซด์” ซึ่งเป็นสารสกัดจากโสมอเมริกา มีพื้นที่ปลูกอยู่ในแถบทวีปอเมริกาเหนือ เป็นสารที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทในสมองได้ดี โดยเฉพาะการทำให้โครงสร้างของจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทในสมองที่ส่งผล ต่อกระบวนการเรียนรู้และจดจำทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากมีจินเซนโนไซด์หลัก คือ Rb1, Re และ Rd ซึ่งเป็นอนุพันธ์เฉพาะที่มีผลเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงการทำงานของระบบ ประสาทในสมองโดยตรง

งานวิจัยหลายฉบับให้ผลตรงกันว่า สารจินเซนโนไซด์ในโสมอเมริกาช่วยให้สมองเกิดสมาธิ พร้อมเรียนรู้ และจดจำข้อมูลใหม่ๆในแต่ละวันได้ดีขึ้น เชื่อมโยงโครงข่ายข้อมูลทำให้เกิดการคิดที่เป็นระบบ ความเครียดเรื้อรังในสมองลดลง ส่งผลให้สมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวดเร็วและเฉียบคมมากขึ้น คลายความวิตกกังวล มีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้กระบวนการคิดและประมวลผลข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าเต็มไปด้วยพลังงานที่มีส่วนช่วยสร้างสรรค์ความคิดใหม่ๆด้วย

นอกจากนี้ ยังช่วยให้สมรรถภาพร่างกายแข็งแรง เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบและภูมิแพ้ ลดความดันโลหิต และช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด จินเซนโนไซด์ยังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายเซลล์สมองให้เสื่อม โทรมอีกด้วย

นอกจากเรื่องของอาหารการกินแล้ว วิธีการที่ช่วยบำรุงสมองและทำให้สุขภาพของสมองมีความแข็งแรงมากขึ้น อาจเกิดจากการออกกำลังสมอง ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น หลีกหนีความจำเจ การทำอะไรซ้ำๆ บ่อยๆ ที่นอกจากจะทำให้เบื่อหน่ายแล้ว สมองอาจจะทำงานน้อยลงด้วย ฉะนั้นจึงควรเปลี่ยนสิ่งใหม่ๆ บ้าง เช่น เปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน อ่านหนังสือประเภทที่ไม่เคยอ่านมาก่อน เปลี่ยนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ ฯลฯ แม้เป็นสิ่งเล็กน้อย แต่สามารถช่วยให้เซลล์ประสาทเกิดการตื่นตัวและยังช่วยพัฒนาหน่วยความจำใน สมองให้เพิ่มขึ้นด้วย

เปลี่ยนความถนัด เริ่มจากกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงฟัน จากมือขวาเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายบ้าง จากนั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น กินข้าว เขียนหนังสือ วาดรูป ฯลฯ จะช่วยให้เซลล์สมองได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และยังทำให้สมองส่วนต่างๆ เกิดการตื่นตัวอยู่เสมอ

แสวงหาบรรยากาศและกลิ่นใหม่ๆ กลิ่นและรสชาติของอาหารที่แปลกจากเดิม เช่น อาหารญี่ปุ่น เวียดนาม ฝรั่งเศส จะทำให้ประสาทรับรสทำงานได้ดีขึ้น หรือการใช้น้ำมันหอมระเหยก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ผ่อนคลายได้เช่นกัน

ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เช่น จัดบ้าน จัดสวน เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ พบปะผู้คนใหม่ๆ จะช่วยให้สมองสามารถทำงานอย่างสร้างสรรค์ จุดประกายความคิดใหม่ๆ หรือการท่องเที่ยวสถานที่แปลกใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยชาร์จพลังให้สมอง ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและผ่อนคลาย แต่ข้อควรระวังของผู้สูงอายุคือ หากเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมบ่อยๆ อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุสมองเสื่อม เพราะทำให้เกิดการสับสนได้ง่าย

คิดในสิ่งที่แตกต่างและใหม่อยู่เสมอ หมั่นเป็นคนช่างสงสัย ช่างสังเกต ช่างซักถาม เช่น พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานใหม่หรือหาประเด็นใหม่ๆ มาพูดคุย รวมถึงการจดจำลักษณะใบหน้า เสียงพูด หรืออุปนิสัยส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน เพื่อเติมข้อมูลใหม่ๆ ให้กับสมองอยู่สม่ำเสมอ

สำคัญที่สุด อย่าลืมว่า สมองเป็นอวัยวะที่เราต้องใช้ทุกวัน อาหาร และการออกกำลังสมอง จึงเป็นเรื่องจำเป็นไม่น้อยไปกว่าการดูแลสุขภาพส่วน อื่นๆของร่างกาย.

 

ข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th

It's only fair to share...Share on Facebook
Facebook
Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on LinkedIn
Linkedin